ขาด “มาเน่” เหมือนขาดใจ

หลังจากย้ายออกจากเซาต์แธมตัน สู่ทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ด้วยค่าตัวถึง 34 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นค่าตัวที่แพงที่สุดในการย้ายทีมของดาวเตะจากทวีปแอฟริกาด้วย ซาดิโอ มาเน่ ตัวรุกทีมชาติเซเนกัล ก็กลายเป็นกำลังหลัก และเป็นนักเตะคนสำคัญของเจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันมาโดยตลอด เรียกว่าขาดไม่ได้เลยทีเดียว เพราะจากสถิติแล้วจะเห็นได้ว่าการขาดดาวเตะวัย 25 ปีนั้น ลิเวอร์พูลจะอ่อนลงทันที ทั้งในด้านของการทำเกม และผลการแข่งขันที่มักจะออกมาไม่ดี อย่างเช่นช่วงต้นปีที่ผ่านมา ในช่วงเดือนมกราคมที่ซาดิโอ มาเน่ ต้องไปช่วยทีมชาติเซเนกัลทำศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพที่กาบอง ซึ่งช่วงก่อนหน้านั้นลิเวอร์พูลซึ่งฟอร์มกำลังร้อนแรง แต่การขาดหายไปของมาเน่ทำให้ผลงานของทีมช็อตไปดื้อๆ และสุดท้ายทำให้หลุดวงโคจรในการลุ้นแชมป์ไปในที่สุด

ฤดูกาลที่แล้วถือเป็นฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมสำหรับมาเน่เลยทีเดียว ถึงแม้จะเป็นการเล่นในถิ่นแอนฟิลด์ในฤดูกาลแรกเท่านั้น แต่เขาสามารถช่วยทีมทำได้ถึง 13 ประตูเลยทีเดียว และยังสามารถคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรในฤดูกาลที่แล้วได้อีกด้วย รวมถึงรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรจากการโหวตของแฟนบอล “หงส์แดง” อีกด้วย แถมยังติดทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของพรีเมียร์ลีก จากการจัดทีมของบรรดานักข่าวฟุตบอลอีกด้วย

โดยในฤดูกาลนี้ซาดิโอ มาเน่ ก็ยังมีอิทธิพลต่อฟอร์มการเล่น และผลการแข่งขันของลิเวอร์พูลเป็นอย่างมาก เรียกว่าขาดกันไม่ได้เลยทีเดียว เพราะหลังจากที่เจ้าตัวโดนใบแดงจากการไปยกเท้าสูงใส่เอแดร์ซอน นายทวารทีมชาติบราซิล ในนัดที่ทีมบุกไปพ่ายยับต่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-5 ที่อิติฮัด สเตเดี้ยม ทำให้ต้องโดนแบนไปถึง 3 นัด และหลังจากนั้นมาลิเวอร์พูลยังไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลย ถึงแม้ว่าจะได้เล่นในบ้านพบกับทีมรองบ่อนอย่างเบิร์นลี่ย์ ก็เพียงทำได้แค่เสมอ 1-1 เท่านั้น และล่าสุดก็พึ่งตกรอบในศึกคาราบาว คัพ รอบ 3 มาหยกๆ หลังจากบุกไปพ่ายเลสเตอร์ ซิตี้ ที่คิง พาเวอร์ สเตเดี้ยมอีก 0-2 ซึ่งสุดสัปดาห์นี้ทีมยังจะต้องขาดมาเน่อีก 1 นัด ในศึกพรีเมียร์ลีกที่จะต้องออกไปเยือนเลสเตอร์ ซิตี้อีกครั้งหลังจากที่พึ่งแพ้มาหมาดๆ ซึ่งสุดท้ายไม่รู้ว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร แต่อย่างน้อยแฟนๆ ลิเวอร์พูลก็คงดีใจที่นัดต่อไปซาดิโอ มาเน่จะพ้นโทษแบนกลับมาลงสนามได้อีกครั้งแล้ว