ขาด “มาเน่” เหมือนขาดใจ

หลังจากย้ายออกจากเซาต์แธมตัน สู่ทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ด้วยค่าตัวถึง 34 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นค่าตัวที่แพงที่สุดในการย้ายทีมของดาวเตะจากทวีปแอฟริกาด้วย ซาดิโอ มาเน่ ตัวรุกทีมชาติเซเนกัล ก็กลายเป็นกำลังหลัก และเป็นนักเตะคนสำคัญของเจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันมาโดยตลอด เรียกว่าขาดไม่ได้เลยทีเดียว เพราะจากสถิติแล้วจะเห็นได้ว่าการขาดดาวเตะวัย 25 ปีนั้น ลิเวอร์พูลจะอ่อนลงทันที ทั้งในด้านของการทำเกม และผลการแข่งขันที่มักจะออกมาไม่ดี อย่างเช่นช่วงต้นปีที่ผ่านมา ในช่วงเดือนมกราคมที่ซาดิโอ มาเน่ ต้องไปช่วยทีมชาติเซเนกัลทำศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพที่กาบอง ซึ่งช่วงก่อนหน้านั้นลิเวอร์พูลซึ่งฟอร์มกำลังร้อนแรง แต่การขาดหายไปของมาเน่ทำให้ผลงานของทีมช็อตไปดื้อๆ และสุดท้ายทำให้หลุดวงโคจรในการลุ้นแชมป์ไปในที่สุด

ฤดูกาลที่แล้วถือเป็นฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมสำหรับมาเน่เลยทีเดียว ถึงแม้จะเป็นการเล่นในถิ่นแอนฟิลด์ในฤดูกาลแรกเท่านั้น แต่เขาสามารถช่วยทีมทำได้ถึง 13 ประตูเลยทีเดียว และยังสามารถคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรในฤดูกาลที่แล้วได้อีกด้วย รวมถึงรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรจากการโหวตของแฟนบอล “หงส์แดง” อีกด้วย แถมยังติดทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของพรีเมียร์ลีก จากการจัดทีมของบรรดานักข่าวฟุตบอลอีกด้วย

โดยในฤดูกาลนี้ซาดิโอ มาเน่ ก็ยังมีอิทธิพลต่อฟอร์มการเล่น และผลการแข่งขันของลิเวอร์พูลเป็นอย่างมาก เรียกว่าขาดกันไม่ได้เลยทีเดียว เพราะหลังจากที่เจ้าตัวโดนใบแดงจากการไปยกเท้าสูงใส่เอแดร์ซอน นายทวารทีมชาติบราซิล ในนัดที่ทีมบุกไปพ่ายยับต่อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-5 ที่อิติฮัด สเตเดี้ยม ทำให้ต้องโดนแบนไปถึง 3 นัด และหลังจากนั้นมาลิเวอร์พูลยังไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลย ถึงแม้ว่าจะได้เล่นในบ้านพบกับทีมรองบ่อนอย่างเบิร์นลี่ย์ ก็เพียงทำได้แค่เสมอ 1-1 เท่านั้น และล่าสุดก็พึ่งตกรอบในศึกคาราบาว คัพ รอบ 3 มาหยกๆ หลังจากบุกไปพ่ายเลสเตอร์ ซิตี้ ที่คิง พาเวอร์ สเตเดี้ยมอีก 0-2 ซึ่งสุดสัปดาห์นี้ทีมยังจะต้องขาดมาเน่อีก 1 นัด ในศึกพรีเมียร์ลีกที่จะต้องออกไปเยือนเลสเตอร์ ซิตี้อีกครั้งหลังจากที่พึ่งแพ้มาหมาดๆ ซึ่งสุดท้ายไม่รู้ว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร แต่อย่างน้อยแฟนๆ ลิเวอร์พูลก็คงดีใจที่นัดต่อไปซาดิโอ มาเน่จะพ้นโทษแบนกลับมาลงสนามได้อีกครั้งแล้ว

“ปืนใหญ่” ยังเหมือนเดิม

      จากเกมที่ทีม “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล บุกไปพ่ายให้กับสโต๊ค ซิตี้  0-1 ที่บริทาเนีย หรือชื่อสนามใหม่คือ bet 365 สเตเดี้ยม เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่าลูกทีมของอาร์เซน เวนเกอร์ กุนซือชาวฝรั่งเศสยังประสบปัญหาเดิมๆ จากเมื่อฤดูกาลก่อนๆ ที่ทีมพลาดแชมป์ไป ซึ่งคือการพ่ายแพ้ให้กับทีมรองบ่อนที่มีสไตล์ดุดัน เล่นลูกกลางอากาศเก่ง และเข้าปะทะหนัก ซึ่งอาร์เซน่อลแพ้ทางมาตลอดหลายปีหลัง โดยการพ่ายแพ้ให้กับทีม “ช่างปั้นหม้อ” ก็เช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าผู้มาเยือนจะได้สโครดาน มุสตาฟี่ กองหลังทีมชาติเยอรมันหายเจ็บกลับมาลงสนามเป็นตัวจริงได้ในเกมนี้ก็ตาม แต่ปัญหากลับเป็นแนวรุกที่ไม่มีอเล็กซิส ซานเชส ปีกคนสำคัญชาวชิลี ทำให้การจบสกอร์ขาดความเฉียบขาด โดยเฉพาะแดนนี่ เวลเบ็ค กองหน้าอดีตเด็กปั้นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีโอกาสหลายครั้ง แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้ รวมทั้งอเล็กซ็องด์ ลากาแช็ตต์ กองหน้าค่าตัวแพงชาวฝรั่งเศสที่ถือว่าโชว์ฟอร์มได้ค่อนข้างน่าผิดหวัง อีกทั้งการสวนกลับของเจ้าถิ่นก็สร้างความปั่นป่วนให้กับแผงกองหลังผู้มาเยือนอยู่ตลอด จนกระทั่งมาเสียประตูให้กับเฆเซ่ โรดริเกซ ดาวเตะตัวใหม่ชาวสเปน ที่ไปดึงมาจากปารีส แซงต์ แชร์กแมงด้วยค่าตัวกว่า 20 ล้านปอนด์ ซัดด้วยซ้ายผ่านปีเตอร์ เช็กเข้าไปไม่เหลือ หลังจากนั้นอาร์เซน่อลก็พยายามบุกเอาประตูคืนอย่างหนัก แต่ก็ไม่สามารถยิงผ่านมือแจ็ค บัตแลนด์ นายประตูดีกรีทีมชาติอังกฤษของเจ้าถิ่นไปได้

ปัญหาก็คือลูกทีมของอาร์เซน เวนเกอร์ ยังไม่มีความเก๋า และจิตใจก็ยังไม่ค่อยนิ่งในสถานการณ์ที่ตกเป็นรองในการเป็นทีมเยือน และยิ่งเจอความกดดันด้วยเสียงเชียร์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสนามที่มีเสียงเชียร์ดังที่สุดในเกาะอังกฤษแล้ว “ไอ้ปืนใหญ่” ก็ไม่สามารถเจาะตาข่ายได้ ซึ่งนี่ถือเป็นบททดสอบแรกของอาร์เซน่อลเท่านั้น ซึ่งต่อจากนี้จะต้องเจอทีมที่มีคาแร็กเตอร์แบบนี้อีกหลายทีมในพรีเมียร์ลีก ทั้งเวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน วัตฟอร์ด หรือคริสตัล พาเลซ ซึ่งเป็นทีมที่อาร์เซน่อล มักจะทำคะแนนหล่นเป็นประจำ

การที่ปัญหาเก่ายังไม่ได้รับการแก้ไข เท่ากับว่าเป็นความบกพร่องในหน้าที่อย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่าของผู้จัดการทีม ถึงแม้ว่าจะเป็นเกมเยือนนัดแรกของฤดูกาลก็ตาม แต่ก็เหมือนกับว่าลายมันออกมาแล้ว ว่ายังมีแผลในจุดเดิมอยู่ ซึ่งต้องมาดูกันอีกว่าจะสามารถปิดแผลในส่วนนี้ได้หรือไม่ หรือจะมีแผลใหม่โผล่มาให้เห็นอีก

หมี ย้ำ กรีซมันน์ ไม่ย้าย

ดิเอโก ซิเมโอเน ผู้จัดการทีมของ แอตเลติโก มาดริด เผยรู้สึกชาชินแล้วกับเรื่องที่ อองตวน กรีซมันน์ มิดฟิลด์จอมทัพเลือดเฟรนช์ จะมีข่าวกับทีมยักษ์ใหญ่ทั่วโดยเฉพาะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทว่าหากนักเตะต้องการย้ายออกไปก็จะไม่ขวางทางไว้

จากข่าวที่เกิดขึ้น ซิเมโอเน กุนซือ ตราหมี บอกไม่ได้รู้สึกประหลาดใจมากนักเพราะเป็นธรรมดาที่แข้งฝีเท้าดี ย่อมตกเป็นเป้าหมายของทีมดัง และก็ยินดีให้ย้ายออกไปหากนักเตะมีความมุ่งหวังแสวงหาชีวิตที่ดีกว่า

กรีซมันน์) กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่แสนพิเศษ เข้าทำงานได้ดีมากและกลับมาพังประตูได้แล้ว เรียกได้ว่าอยู่ในฟอร์มที่ดีและเป็นเรื่องปกติที่ทีมดังต่างอยากได้ ดังนั้นจึงไม่ประหลาดใจและจะไม่ขวางทาง ซิเมโอเน กล่าว

ต่อมา หลังตกเป็นข่าวว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ให้ความสนใจในตัว อองตวน กรีซมันน์ กองหน้าวัย 25 ปี ทีมชาติฝรั่งเศส ซึ่งตัวของ กรีซมันน์ เองก็ให้ความสนใจเช่นกัน เนื่องจากอยากลงสนามร่วมทีมกับ พอล ป็อกบา มิดฟิลด์เพื่อนร่วมชาติ

อย่างไรก็ตาม เอ็นริเก เซเรโซ ประธานทีม ตราหมี  ของ แอตเลติโก มาดริด ออกมายืนยันว่า รายงานดังกล่าวเป็นเพียงเรื่องเพ้อเจ้อ และไม่ได้คิดปล่อย ดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศส ออกจากทีมในช่วงปิดฤดูกาลนี้ ซึ่งมันไม่เป้นความจริง

ไม่ทราบเหมือนกันว่าเขาได้รับความสนใจจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมทราบแต่เพียงว่า กรีซมันน์ จะเป็นผู้เล่นของ แอตเลติโก มาดริด ไปอีกนานเลย ประธาน ตราหมี กล่าว

ขอบคุณข้อมูลโดยเว็บไซต์ ดูบอลออนไลน์

ริโอ เผยเหตุ โรนัลโด เบื้องหลัง กลายเป็นแข้งชั้นยอด

ริโอ เฟอร์ดินานด์ ตำนานนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เผยถึงจุดเปลี่ยนที่ทำให้ คริสเตียดน โรนัลโด ดาวรุ่ง เรอัล มาดริด เปลี่ยนจากการเล่นฟุตบอลชายเดี่ยวมาเป็นคีย์แมนของสโมสร

ตอนที่มาถึงใหม่ๆ เขาก็สนุกไปกับการทำให้คนอื่นๆ ดูงั่งไปด้วยสกิลแบบนั้น  เฟอร์ดินานด์ กล่าว เขาทำมันอยู่ตลอดและด้วยความปราถนาดีผมก็เคยหวด โรนัลโด ไปเพื่อให้รู้ว่าควรจะต้องปล่อยบอลเมื่อถึงเวลาด้วยและสุดยอดนักเตะก็เข้าใจเรื่องนี้อย่างรวดเร็วกว่าคนอื่น

ตอนแรกการเล่นของ คริสเตียโน โรนัลโด มันคือฟุตบอลชายเดี่ยวชัดๆ เพื่อโชว์แฟนบอลจนมีจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาเริ่มยิงและจ่ายได้ จากนั้นเขาก็เริ่มกลายเป็นตัวเปลี่ยนเกมแทนที่จะเป็นพ่อเลี้ยงเหมือนเคยและยังได้ช่วยเราไว้หลายต่อหลายครั้งในบิ๊กแมตต์ ซึ่งสิ่งนั้น (ที่ทำให้ โรนัลโด เปลี่ยนไป) ก็คือการเป็นผู้ใหญ่ขึ้นพร้อมตกผลึกทางความคิดนั้นเอง อดีตปราการหลังทีมชาติอังกฤษสรุปปิดท้าย

กิลเลียม บาลัก กูรูฟุตบอล สเปน และผู้เชี่ยวชาญด้านชีวประวัติของ คริสเตียโน โรนัลโด ได้ออกมาเผยอีกหนึ่งเหตุผลที่น่าจะทำให้สตาร์ เรอัล มาดริด ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่จนถึงทุกวันนี้

ครอบครัวของคุณจะตั้งลิมิตไว้เสมอแล้วคอยบอกว่าอันไหนทำได้หรืออันไหนห้ามซึ่งมันจะส่งผลต่อคุณมาจนเกิดความสมดุลเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ แต่ โรนัลโด ไม่มีครอบครัวคอยเลี้ยงดูเพราะแม่ต้องทำงานตลอดและพ่อก็อย่างรู้กันว่าเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง การไม่มีพ่อแม่คอยกำหนดหากมีความฝันคุณก็จะสามารถบินไปได้อย่างไรขีดจำกัดเพราะปราศจากใครมาคอยเจ้ากี้เจ้าการหรือห้ามคุณนั่นเอง

ขอบคุณข้อมูลโดยเว็บไซต์ แทงบอลออนไลน์

แดงเดือด มู-คล็อปป์

เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือใหญ่สโมสร ลิเวอร์พูล รองจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก ให้สัมภาษณ์และอัพเดทสถานการณ์ก่อนเกมการแข่งขัน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่ง ลิเวอร์พูล จะบุกไปเยือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวันอาทิตย์นี้

กลัวไหม? ทำไมผมต้องกลัวด้วยล่ะ ผมไม่กลัวกับการแข่งขันแบบนี้หรอก ในตอนนี้ผมมีแต่คิดบวกและมั่นใจเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ พวกเราพร้อมสำหรับแมตช์ต่อไปที่กำลังจะมาถึง ผมพ่ายแพ้มามากมายหลายครั้งแล้วในชีวิตนี้ ทั้งตอนที่ยังเป็นนักเตะ ล่าสุดในฐานะผู้จัดการทีมก็แพ้อีก ผมเข้าใจและรู้ดีว่าความพ่ายแพ้คืออะไร แต่มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่ปฏิกิริยาของพวกคุณนั่นแหละที่เป็นปัญหา

ความพ่ายแพ้นัดล่าสุดไม่ได้ทำให้พวกเราอ่อนแอลง แต่มันทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม คล็อปป์ กล่าว

ทางด้าน โชซ่ มูริญโญ่  ได้เผยว่า ผมไม่รู้ว่าใครจะชนะ ในเกมนี้ ผมรู้แค่ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือ สโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในประเทศ ผมรู้ คุณก็รู้ ใครๆก็รู้ ผมขอโทษนะ มันเป็นเรื่องง่ายๆที่ทุกคนก็รู้ ผมมีความรู้สึกว่าการเจอกันของทั้งสองทีมนั้นมีความยิ่งใหญ่ และมันจะเป็นเกมบิ๊กแมตช์แน่นอน แฟนบอลต่างทั่วโลกจะต้องจับตามองเกมนี้

สำหรับแฟนบอลเกมนี้มันมีความหมายมากกว่าเกมไหนๆ แต่เกมนี้เราเล่นในบ้าน และมันมีเปอร์เซ็นต์ที่สูงที่แฟนบอลของเราจะมีมากกว่าแฟนลิเวอร์พูล

สำหรับ ลิเวอร์พูล เคยคว้าแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ 5 สมัย และคว้าแชมป์ลีก 18 สมัย ส่วน ยูไนเต็ด ได้แชมป์ ยุโรปไป 3 สมัย พร้อมคว้าแชมป์ลีก 20 สมัย

แปลและเรียบเรียงโดยทีมงาน sbobet ประเทศอังกฤษ

แฟนบอลทวิต แซว ป๊อกบา เมินยิงกระจุย ตอบแทนค่าตัว

พอล ป็อกบา  เมินแบกภาระจบสกอร์เป็นกอบเป็นกำ ตอบแทนค่าตัวสถิติแพงสุดของโลก 89 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4.45 พันล้านบาท) ถึงแม้ถูก โชเซ มูรินโญ เปรียบมวยกับ แฟรงค์ แลมพาร์ด ตำนาน เชลซี

จบลงไปแล้วสำหรับศึกแดงเดือดระหว่าง ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ลงเอยกันด้วยผลเสมอ 1-1 แต่สิ่งที่ยังไม่จบคือเหล่าแฟนบอลยังเอาเหตุการณ์สำคัญในเกมมาพูดถึงต่อนั่นเอง

เหตุการณ์ที่ว่านั้นก็คือการเสียประตูแรกของ แมนฯ ยูไนเต็ด มาจากจังหวะลูกเตะมุมของ ลิเวอร์พูล ที่เปิดเข้ามาในกรอบเขตโทษ บอลเลยมาถึง พอล ป๊อกบา เทคตัวกระโดดโหม่ง แต่ทว่ามือที่ยกสูงมานั้นไปโดนลูกบอลเข้า ไมเคิล โอลิเวอร์ ซึ่งอยู่ใกล้เหตุการณ์ไม่รอช้า เป่าเป็นจุดโทษให้ทีมเยือนทันทีและ เจมส์ มิลเนอร์ รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่เหลือซากให้เจ้าบ้านออกนำ ก่อน ซลาตัน อิบราฮิโวมิช จะโหม่งตามตีเสมอให้ ปีศาจแดง แบ่งแต้มกันไป

โดยแฟนบอลบางกลุ่มได้ออกมาโพสต์ทวิตเตอร์แซวถึงลักษณะท่าทางของ ป๊อกบา ที่ทำให้เสียจุดโทษนั้น คลับคล้ายคลับคลากับว่ากำลังทำท่า แด๊บกลางอากาศ ซึ่งเป็นที่ฮือฮากันในโลกโชเซียลกันไป

ก่อนหน้าคิก-ออฟแมตช์ แดงเดือด อดีตเทรนเนอร์ รีล มาดริด ยกย่อง จอมทัพวัย 23 ปี ทาบชั้น แลมพาร์ด ที่เคยร่วมงานกันสมัยกุมบังเหียน “สิงโตน้ำเงินคราม” และปลุกปั้นจนกลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดของสโมสร 211 ประตู ตลอดระยะเวลา 13 ปี

อย่างไรก็ตาม ป็อกบา แจงบทบาทของตัวเองในทีม ปิศาจแดง สามารถเคลื่อนที่อย่างอิสระ เขา (มูรินโญ) บอกผมว่าแค่เล่นให้สนุก นั่นคือสิ่งเดียวที่ผมอยากได้ยินจากปากผู้จัดการทีม

มคิตาร์ยาน ขอพิสูจน์ให้ มู เห็น พร้อมสู้แย่งตำแหน่งในถิ่นผี

 

เฮนริกห์ มคิตาร์ยาน เพลย์เมกเกอร์ชาวอาร์เมเนียน ประกาศความตั้งใจขอสู้เพื่อตำแหน่งตัวจริงของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดทีมแห่งเกาะอังกฤษ ยืนยันไม่มีสิ่งใดที่จะหยุดยั้งตัวเอง สร้างความฝันให้เป็นจริงที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด

อย่างไรก็ตาม มคิตาร์ยาน ถูกจำกัดโอกาสสำแดงฝีเท้า นับตั้งแต่ย้ายสู่ โรงละครแห่งความฝัน ด้วยค่าตัวมหาศาล ลงเล่นตัวจริงเกมแรกรอบ 54 วัน เกมพ่าย เฟเนร์บาห์เช 1-2 ศึก ยูฟา ยูโรปา ลีก รอบแบ่งกลุ่ม สัปดาห์ที่แล้ว (3 พ.ย.)

โชเซ มูรินโญ นายใหญ่ฝีปากกล้าชาวโปรตุกีส ออกอาการหงุดหงิดลูกทีม หลังพบความปราชัยที่ประเทศตุรกี และ มคิตาร์ยาน ซึ่งเป็นเพียงตัวสำรอง ก็ยังตกเป็นเหยื่ออารมณ์ เนื่องจาก บิ๊กบอสวัย 53 ปี เผยว่า ต้องเค้นฟอร์มมากกว่านี้

ต่อมา มคิตาร์ยาน ได้ออกมาแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการแย่งชิงตำแหน่งตัวจริงกับการค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด อย่างจริงจังแล้ว โดยทาง มคิตาร์ยาน นั้นนับตั้งแต่ย้ายจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาเป็นแข้งผีเมื่อช่วงซัมเมอร์ เขาก็ได้รับความคาดหมายว่าจะเป็นเพลย์เมคเกอร์ระดับ คีย์แมน ที่จะพาทีมประสบความสำเร็จได้ในฤดูกาลนี้

แต่สถานการณ์กลับออกมาแบบตรงข้าม เมื่อเจ้าตัวยังไม่ได้รับโอกาสจาก โฆเซ มูรินโญ ให้ลงสนามเท่าไหร่นัก เนื่องจากหลาย ๆ ปัจจัย ซึ่งเขาก็ประกาศกร้าวแล้วว่าจะต้องต่อสู้เพื่อทำความฝันให้เป็นจริงให้ได้

มันเป็นเรื่องจริงที่ผมไม่ได้รับโอกาสให้ลงสนามมากนัก แต่ผมจะไม่ขอยอมแพ้หรอกนะ มคิตาร์ยาน กล่าว

ผมทำงานหนักเสมอมาตลอดการเล่นฟุตบอลอาชีพ และกว่าจะได้มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ต้องผ่านอะไรมามาก ฉะนั้นผมจะขอสู้ต่อเพื่อทำความฝันให้เป็นจริง

วิลเชียร์ ไม่เสียใจ เผยเหตุเรียก ติดธงสิงโต

แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือขัดตาทัพของอังกฤษ ออกมาเผยถึงสาเหตุที่เรียก แจ็ค วิลเชียร์ กลับมาติดทีมชาติอีกครั้งหลังต้องหลุดไปก่อนหน้านี้

วิลเชียร์ ได้ถูกยืมตัวจาก อาร์เซนอล มาเล่นให้กับ บอร์นมัธ ในซีซั่นนี้ พร้อมสถาปนาตนเป็นคนสำคัญของทีม แม้จะไม่สามารถพา เดอะ เชอร์รีส์ รอดพ้นต่อความพ่ายแพ้จาก ซันเดอร์แลนด์ เมื่อสุดสัปดาห์ก่อนได้ก็ตาม

แจ็ค วิลเชียร์ เป็นนักเตะที่เราสัมผัสได้ถึงคลาสของเขา เซาธ์เกต กล่าว

ในตอนนี้เขาได้ลงสนามมากขึ้นแล้วและนี่ก็เป็นช่วงที่ดีที่จะได้กลับมามีชื่อติดทีมชาติอีกครั้ง มันเป็นเรื่องสำคัญในการได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องที่ บอร์นมัธ ซึ่งผมก็ได้ตามฟอร์มเขาอยู่เหมือนกัน เรารู้ถึงคุณภาพฝีเท้าของเขาและมันก็เป็นเรื่องเยี่ยมที่ วิลเชียร์ จะได้รู้ว่าเราเชื่อมั่นและต้องการให้มาร่วมทีมมากเพียงใด

แจ็ค วิลเชียร์ มิดฟิลด์กระดูกยุง ออกมายืนยัน มีความเข้มแข็งเพียงพอ หากต้องแยกทาง อาร์เซนอล สโมสรที่ปลุกปั้นมาตั้งแต่เป็นเยาวชน หลังจบศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2016-17 จอมทัพ วัย 24 ปี นับตั้งแต่จบ ยูโร 2016 จำใจหอบข้าวของออกจากถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดียม ร่วมทัพ บอร์นมัธ แบบยืมตัว 1 ฤดูกาล ช่วงเส้นตายตลาดซื้อ-ขายนักเตะฤดูร้อน

วิลเชียร์ จะเข้าสู่สัญญาปีสุดท้าย ซัมเมอร์ปี 2017 ซึ่งมาถึงจุดที่ต้องพิจารณาว่า จะตอบรับข้อเสนอฉบับใหม่ หรือย้ายสังกัดอย่างถาวร มันเป็นการตัดสินสินใจที่ยากลำบากสำหรับผมที่จะย้ายออกแบบยืมตัว ผมน่าจะยังอยู่ อาร์เซนอล ดังนั้นเมื่อถึงปีหน้า ผมคิดว่าตัวเองมีประสบการณ์ และบอกผู้คนว่า ผมตัดสินใจครั้งสำคัญ เพื่ออาชีพของตัวเอง ดังนั้นหากถึงเวลา ผมก็ต้องตัดสินใจ

 

หงส์เช็กฟอร์ม เมสซีอิหร่าน บาโลเตลลี ชวน ซาโก้ หนีหงส์

 

ลิเวอร์พูล จ่าฝูงศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ กำลังจับตาฟอร์ม ซาร์ดาร์ อัซมูน กองหน้าดาวรุ่งของ เอฟซี รอสตอฟ ซึ่งได้รับการขนานนามว่า เมสซีแห่งอิหร่าน อาจดึงมาเสริมแนวรุก เดือนมกราคม 2017 เจอร์เกน คล็อปป์ ออกมาเผยตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ต้องสำรวจตลาดนักเตะหลังเทศกาลปีใหม่ หลังสูญเสีย แดนนี อิงส์ ดาวยิงจอมขยัน ที่ต้องขึ้นเขียงผ่าตัดเข่าขวา พักยาวทั้งซีซัน

อัซมูน รับใช้บ้านเกิด 22 เกม ทะลวงตาข่าย 16 ประตู และตกเป็นเป้าหมายของหลายๆ สโมสรชั้นนำของยุโรป รวมถึงเคยมีข่าวพัวพันกับ เอฟเวอร์ตัน อริร่วมเมือง ฤดูกาลที่แล้ว อัซมูน ถือเป็นกำลังสำคัญของ รอสตอฟ ศึก ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ยิง 3 ประตู จาก 8 เกม รวมถึงยิงประตูแรกเกมลีกสูงสุด เอาชนะ อาร์เซนอล ตูลา 4-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ต่อมา มาริโอ บาโลเตตลี สายเกรียน ที่ปัจจุบันกำลังมีฟอร์มร้อนแรงอยู่กับ นีซ ได้ออกปากชวน มามาดู ซาโก้ อดีตเพื่อนร่วมทีมสมัยเล่นให้ ลิเวอร์พูล ย้ายมาอยู่ด้วยกันในลีกเอิง ฝรั่งเศส แล้ว  ซึ่ง บาโลเตลลี นั้นเคยเป็นหนึ่งใน เด็กมีปัญหา ของทีม หงส์แดง มาก่อน จนถูกปล่อยตัวออกไปอยู่กับ นีซ เมื่อช่วงต้นฤดูกาล และตอนนี้ ซาโก้ เองก็กำลังจะถูกลอยแพเพราะปัญหาความประพฤติส่วนตัวด้วยเช่นกัน

เมื่อเห็นดังนั้นแล้ว เกรียนโอ้ จึงมองเห็นโอกาสที่จะดึงเอา คนเผ่าเดียวกัน อย่าง ซาโก้ เข้ามาจอยก๊วนกันที่ นีซ เพราะเขาเชื่อว่าที่นี่จะเป็นบ้านหลังใหม่ที่ให้โอกาสใหม่ในชีวิตค้าแข้ง

การ์เซีย ชม คล็อปป์ เฮนโด โวแนวรุกหงส์แกร่ง

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม ลิเวอร์พูล คุยโวเสียงดังถึงผลงานของทีมว่า ณ เวลานี้ทีมของตนนั้นมีเกมบุกที่แข็งแกร่งระดับโลก จากผลงานของ 3 ผู้เล่นแถวหน้า ฟิลิปเป คูตินโญ, โรแบร์โต เฟอร์มิโน และ ซาดิโอ มาเน ชนิดที่ว่าไม่จำเป็นต้องซื้อใครเพิ่มก็ได้

ด้าน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม เห็นผลงานแล้วก็อดไม่ได้ที่จะออกมาพูดข่มคู่แข่งกันเล็กน้อย พวกเขาเป็นผู้เล่นระดับ เวิลด์ คลาส มีความเข้าใจเกมเป็นอย่างดี ไม่เฉพาะแค่กองหน้า แต่ค่าเฉลี่ยของทุกคนจะเห็นได้ชัดว่าทั้งการเพรสซิงและแย่งบอลกลับมามีเปอร์เซนต์สูงมาก ขณะเดียวกัน พวกเขาก็ยังช่วยลงมาเล่นเกมรับด้วย ทั้ง 3 เป็นนักเตะที่น่าทึ่งและไม่มีอะไรจะหยุดพวกเขาได้แล้วถ้าทุกคนติดเครื่องกันหมด ผมเล่นกับพวกเขาทุกวัน และน่าปลาบปลื้มที่ได้ทำงานร่วมกับพวกเขา แข้งทีมชาติอังกฤษ ระบุ

ต่อมา หลุยส์ การ์เซีย อดีตแข้งลิเวอร์พูล ออกมากล่าวชื่นชม เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมคนปัจจุบันว่า ทำผลงานได้อย่างเหลือเชื่อ นับตั้งแต่เข้ามารับงานคุมทีมเมื่อตุลาคมปีที่แล้ว

การ์เซีย กล่าวว่า ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องประหลาดใจอะไรนะ เพราะเราคาดหวังผลงานที่ดีอยู่แล้ว แต่ไม่มีใครคิดว่าทีมชุดปัจจุบันจะดูดีได้ขนาดนี้ ผมคิดว่า คล็อปป์ ทำผลงานได้สุดเหลือเชื่อมากๆ นับตั้งแต่เริ่มต้นมา ผู้เล่นทุกคนเล่นแบบรู้ใจกัน ขณะที่แข้งใหม่ก็ทำผลงานได้สุดยอดจริงๆ

แถมตอนนี้ทีมยังเก็บผลคะแนจากการแข่งขันที่ดีได้ตลอด ซึ่งถือว่าสำคัญมากสำหรับการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก เพราะหากอยากจะเป็นแชมป์จำเป็นต้องเล่นให้สม่ำเสมอที่สุด

แปลและเรียบเรียงข่าวโดยทีมงาน sbo ประเทศไทย